ประเทศไทย · การเตรียมขายและการเปิดเผยข้อมูล

การเตรียมขายธุรกิจ SME ไทยแบบไม่เปิดเผยตัวตน

คู่มือเจ้าของ SME ไทยเตรียมขายกิจการแบบส่วนตัว: รายการเอกสาร 6 หมวด โปรไฟล์นิรนาม 4 มิติ และการปฏิบัติตาม PDPA สำหรับการเปิดเผยข้อมูลพนักงานและลูกค้าตามขั้นตอน

Editorial method

การขายกิจการแบบส่วนตัวเริ่มต้นด้วยการจัดเตรียมอย่างเป็นระบบ เจ้าของ SME ไทยที่ต้องการรักษาความลับในระหว่างกระบวนการขายต้องสร้างโปรไฟล์นิรนามที่ให้ข้อมูลเพียงพอสำหรับการคัดกรองผู้ซื้อ โดยไม่เปิดเผยตัวตนของกิจการก่อนที่จะมีสัญญาณความสนใจร่วมกัน

การ matching ผ่าน MergerMatch เป็นบริการฟรี MergerMatch Rooms เป็นบริการพื้นที่ข้อมูลเสมือนทางเลือกที่แยกต่างหากสำหรับขั้นตอน due diligence ทั้งสองบริการทำงานอิสระกัน

ตลาด SME ไทยและบริบทการโอนกิจการ

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รายงานว่าประเทศไทยมี SME มากกว่า 3.1 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของสถานประกอบการทั้งหมด และมีส่วนสำคัญต่อการจ้างงานประมาณร้อยละ 70 ของแรงงานทั้งหมด

เจ้าของ SME ไทยหลายรายพิจารณาขายกิจการด้วยเหตุผลต่าง ๆ เช่น การวางแผนสืบทอดกิจการในครอบครัว การเกษียณอายุ การปรับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ หรือการรับข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ ในหลายกรณี เจ้าของไม่ต้องการประกาศการขายกิจการต่อสาธารณะเพราะกังวลเรื่องผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพนักงาน

การ matching แบบส่วนตัวแก้ปัญหานี้โดยส่งโปรไฟล์นิรนามของกิจการไปยังผู้ซื้อที่เข้าเกณฑ์โดยตรงโดยไม่มีการประกาศสาธารณะ MergerMatch ไม่ใช่เว็บไซต์ประกาศขายกิจการสาธารณะ

รายการเอกสารหกหมวดสำหรับ SME ไทย

การจัดเตรียมเอกสารอย่างเป็นระบบช่วยให้กระบวนการ due diligence ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นเมื่อผู้ซื้อสนใจ หกหมวดต่อไปนี้ครอบคลุมสิ่งที่ผู้ซื้อ SME ไทยมักต้องการตรวจสอบ

หมวดหมู่ เอกสารหลัก หมายเหตุ
เอกสารบริษัท/กฎหมาย หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ข้อบังคับบริษัท รายงานการประชุมกรรมการ อัปเดตจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
เอกสารการเงิน งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ 3 ถึง 5 ปี งบบริหาร และประมาณการ ไม่ควรมีข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
เอกสารภาษี แบบ ภ.ง.ด.50 แบบ ภ.พ.30 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และหนังสือรับรองชำระภาษี ตรวจสอบความครบถ้วนสามปีล่าสุด
สัญญาสำคัญ สัญญาลูกค้ารายใหญ่ สัญญาซัพพลายเออร์ สัญญาเช่าสถานที่และอุปกรณ์ ตรวจสอบเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงการควบคุม
ทรัพยากรบุคคล จำนวนพนักงานรวม โครงสร้างค่าตอบแทนรวม บันทึกประกันสังคม (สปส.) ไม่รวมข้อมูลส่วนบุคคลรายบุคคล
ทรัพย์สินทางปัญญา/ใบอนุญาต เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน สิทธิบัตร ใบอนุญาตประกอบกิจการ ตรวจสอบสถานะการจดทะเบียนปัจจุบัน

จัดเตรียมเอกสารหมวดบริษัทและการเงินก่อน เพิ่มหมวดสัญญาและทรัพย์สินทางปัญญาหลังจากผู้ซื้อลงนามสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล ข้อมูลพนักงานรายบุคคลและรายชื่อลูกค้าเฉพาะเปิดเผยเฉพาะในขั้นตอน due diligence ขั้นสูงเท่านั้น

การสร้างโปรไฟล์นิรนามสี่มิติ

โปรไฟล์นิรนามบน MergerMatch ระบุเพียงสี่มิติ ซึ่งเพียงพอสำหรับการจับคู่กับผู้ซื้อที่เข้าเกณฑ์โดยไม่เปิดเผยตัวตนของกิจการ

ภาคอุตสาหกรรม. ระบุภาคอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น การผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค บริการ B2B เทคโนโลยี โลจิสติกส์ หรือบริการสุขภาพ ยิ่งระบุเฉพาะเจาะจงเท่าใด ผู้ซื้อที่ได้รับโปรไฟล์ก็ยิ่งตรงกับกิจการมากขึ้น

พื้นที่ภูมิศาสตร์. ระบุจังหวัด ภูมิภาค หรือเขตเศรษฐกิจที่กิจการตั้งอยู่ กิจการ SME ไทยมักกระจุกตัวในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเขตอุตสาหกรรมในชลบุรี ระยอง นครราชสีมา และภาคเหนือ

ช่วงขนาดธุรกรรม. ระบุช่วงมูลค่ากิจการหรือรายได้โดยประมาณ ข้อมูลนี้ช่วยกรองผู้ซื้อที่มีขีดจำกัดการลงทุนไม่เหมาะสม โดยไม่เปิดเผยตัวเลขที่แน่นอน

โครงสร้างการถือครอง. ระบุชัดเจนว่าผู้ขายต้องการขายทั้งหมด การควบคุมส่วนใหญ่ หรือหุ้นส่วนน้อย ความต้องการนี้แตกต่างกันตามประเภทผู้ซื้อ นักลงทุนทางการเงินมักต้องการการควบคุมส่วนใหญ่ ในขณะที่พันธมิตรเชิงกลยุทธ์อาจสนใจการร่วมทุน

การปฏิบัติตาม PDPA สำหรับข้อมูลพนักงานและลูกค้า

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บังคับใช้เต็มรูปแบบในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 บริหารจัดการโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และครอบคลุมการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในบริบทเชิงพาณิชย์

ในกระบวนการขายกิจการ มีข้อมูลสามประเภทที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ข้อมูลพนักงาน. รายชื่อพนักงาน สัญญาจ้างงาน ข้อมูลเงินเดือน และบันทึกประสิทธิภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องได้รับการปกป้อง ในกระบวนการ matching เบื้องต้น ควรระบุเพียงจำนวนพนักงานรวม โครงสร้างทีมงาน และช่วงค่าตอบแทนโดยรวม ข้อมูลรายบุคคลเปิดเผยเฉพาะเมื่อผู้ซื้อมีความต้องการที่ชัดเจนและมีการควบคุมการเข้าถึงที่เหมาะสมในขั้นตอน due diligence ขั้นสูง

ข้อมูลลูกค้า. รายชื่อลูกค้า ข้อมูลการติดต่อ และประวัติการทำธุรกรรมเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องมีฐานทางกฎหมายที่ชัดเจนก่อนการเปิดเผยในกระบวนการ M&A ใช้สถิติรายได้ตามกลุ่มลูกค้าแทนรายชื่อลูกค้าเฉพาะในขั้นตอนแรก

ข้อมูลในสัญญาพาณิชย์. ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ติดต่อในสัญญาเชิงพาณิชย์ต้องได้รับการดูแลตามหลักการเดียวกัน พิจารณาลบหรือปิดบังข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นก่อนเปิดเผยสัญญาในขั้นตอนสำรวจเบื้องต้น

แบบจำลองการเปิดเผยข้อมูลห้าขั้นตอน

ขั้นตอน สิ่งที่เปิดเผย สิ่งที่ยังไม่เปิดเผย
1. Matching นิรนาม อุตสาหกรรม ภูมิภาค ช่วงขนาด และโครงสร้างธุรกรรม ชื่อกิจการ ที่ตั้ง ลูกค้า และข้อมูลระบุตัวตน
2. แลกเปลี่ยนโปรไฟล์ โปรไฟล์มืออาชีพของผู้ซื้อและนายหน้า เอกสาร due diligence และข้อมูลทางการเงิน
3. เปิดเผยตัวตนภายใต้ NDA ชื่อกิจการและข้อมูลเบื้องต้น ข้อมูลการเงินและ HR รายละเอียด
4. Due diligence เบื้องต้น งบการเงิน เอกสาร DBD สัญญาหลัก และสถิติ HR รวม ข้อมูลพนักงานรายบุคคลและรายชื่อลูกค้าโดยละเอียด
5. Due diligence ขั้นยืนยัน เอกสารทั้งหมดพร้อมการควบคุมการเข้าถึงที่เหมาะสม ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของผู้ซื้อ

การจัดการพื้นที่ข้อมูลสำหรับผู้ซื้อหลายราย

เมื่อมีผู้ซื้อที่สนใจหลายราย เจ้าของกิจการหรือนายหน้าสามารถสร้างกลุ่มการเข้าถึงแยกกันใน MergerMatch Rooms สำหรับผู้ซื้อแต่ละราย แต่ละกลุ่มมีสิทธิ์เข้าถึงเฉพาะเอกสารที่ได้รับอนุญาตในขั้นตอนปัจจุบัน ผู้ขายสามารถเพิ่มหรือเพิกถอนสิทธิ์ได้ตลอดเวลา

ระบบ audit log บันทึกว่าผู้ซื้อรายใดเปิดดูเอกสารใดและเมื่อใด ข้อมูลนี้ช่วยให้ผู้ขายและนายหน้าติดตามความก้าวหน้า due diligence ของแต่ละรายและตัดสินใจได้ว่าควรดำเนินการต่อกับผู้ซื้อรายใด

นายหน้าที่ดูแลหลายกิจการลูกค้าพร้อมกันสามารถใช้พื้นที่ข้อมูลแยกกันสำหรับแต่ละลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าเอกสารของลูกค้าหนึ่งจะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้ซื้อของลูกค้าอื่น

MergerMatch ไม่ใช่ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ภาษี บัญชี การประเมินมูลค่า หรือการเงิน เจ้าของกิจการและนายหน้าควรใช้ผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมในแต่ละขั้นตอน

การประเมินผู้ซื้อที่แสดงความสนใจหลัง matching

เมื่อผู้ซื้อส่งสัญญาณความสนใจผ่านระบบ MergerMatch โปรไฟล์มืออาชีพของทั้งสองฝ่ายจะถูกแบ่งปันโดยอัตโนมัติ เจ้าของกิจการหรือนายหน้าควรประเมินโปรไฟล์ผู้ซื้อก่อนตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ตารางต่อไปนี้ช่วยให้การประเมินเป็นระบบ

ด้านที่ประเมิน สิ่งที่ควรพิจารณา ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ความสอดคล้องของ mandate ผู้ซื้อระบุภาคอุตสาหกรรม ภูมิภาค และขนาดธุรกรรมที่ตรงกับโปรไฟล์หรือไม่ ยอมรับความสนใจทั่วไปที่ไม่ตรงกับเกณฑ์สี่ด้านที่ระบุไว้
ประเภทและบทบาทของผู้ซื้อ ผู้ซื้อเป็นนักลงทุนทางการเงิน ผู้ซื้อเชิงกลยุทธ์ หรือผู้บริหารที่ต้องการดำเนินกิจการต่อ แต่ละประเภทมีกรอบเวลา ความคาดหวังด้านการเปลี่ยนผ่าน และโครงสร้างที่แตกต่างกัน ไม่ชี้แจงว่าใครจะเข้ามาบริหารกิจการหลังการซื้อขาย
ความพร้อมทางการเงิน ผู้ซื้อระบุแหล่งทุนหลักว่าเป็นทุนส่วนตัว สินเชื่อธุรกิจ หรือนักลงทุนร่วมหรือไม่ ความสนใจที่ไม่มีการระบุแหล่งทุนอาจทำให้กระบวนการยืดเยื้อ รีบดำเนินการต่อโดยไม่ตรวจสอบว่าผู้ซื้อมีความสามารถทางการเงินเพียงพอ
แผนการเปลี่ยนผ่านกิจการ ผู้ซื้อต้องการให้เจ้าของอยู่ช่วยเปลี่ยนผ่านหรือไม่ และนานแค่ไหน ข้อมูลนี้สำคัญเป็นพิเศษสำหรับกิจการที่เจ้าของมีบทบาทสำคัญในความสัมพันธ์ลูกค้า ไม่ถามเรื่องแผนการเปลี่ยนผ่านจนกระทั่งถึงขั้นตอน due diligence
กรอบเวลาการตัดสินใจ ผู้ซื้อมีกระบวนการอนุมัติภายในและระยะเวลาที่ชัดเจนหรือไม่ ผู้ซื้อสถาบันอาจต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการ ซึ่งใช้เวลาต่างจากการตัดสินใจของผู้ซื้อรายบุคคล สมมติว่าการแสดงความสนใจหมายถึงการอนุมัติและพร้อมดำเนินการทันที

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รายงานว่าเจ้าของ SME ไทยที่ขายกิจการให้ความสำคัญกับการรักษาความต่อเนื่องของการจ้างงานพนักงาน และความสัมพันธ์กับลูกค้าและซัพพลายเออร์ เจ้าของที่ให้ความสำคัญกับด้านนี้ควรถามผู้ซื้อว่ามีแผนรับมือกับความต่อเนื่องเหล่านี้อย่างไรก่อนตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลการเงินโดยละเอียด

การส่งสัญญาณความสนใจของผู้ซื้อผ่าน MergerMatch บ่งบอกถึงความเข้ากันได้กับเกณฑ์สี่ด้านเท่านั้น ไม่ใช่การรับประกันคุณสมบัติทางการเงิน ความตั้งใจ หรือความสามารถในการดำเนินธุรกรรมให้เสร็จสมบูรณ์ เจ้าของกิจการและนายหน้ามีหน้าที่ตรวจสอบความพร้อมของผู้ซื้อก่อนดำเนินการขั้นต่อไป

การนำเสนอผลการดำเนินงานทางการเงินสำหรับผู้ซื้อ

ผู้ซื้อที่สนใจ SME ไทยมักประเมินความสามารถในการสร้างรายได้จากงบการเงิน แต่งบที่จัดทำสำหรับกรมสรรพากรอาจไม่แสดงภาพที่ชัดเจนสำหรับการประเมินมูลค่าเชิงพาณิชย์ การปรับปรุงห้าประเด็นต่อไปนี้ช่วยให้การนำเสนองบการเงินมีความน่าเชื่อถือและลดความเข้าใจผิดระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ

ประเด็น สิ่งที่ควรปรับปรุง ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ค่าตอบแทนเจ้าของและครอบครัว ระบุค่าตอบแทนที่เจ้าของและสมาชิกครอบครัวได้รับอย่างชัดเจน และคำนวณผลต่างจากอัตราตลาดเป็นการปรับ EBITDA กิจการครอบครัวหลายรายจ่ายค่าตอบแทนต่ำกว่าหรือสูงกว่าอัตราตลาด ผู้ซื้อจะใช้ประมาณการของตนเองหากไม่มีการปรับปรุงที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งเรื่องมูลค่าตั้งแต่ต้น
รายได้และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่การดำเนินงาน แยกรายได้จากการลงทุน รายได้จากการเช่า และกำไรจากการขายสินทรัพย์ออกจากรายได้หลักของกิจการ SME ไทยหลายรายมีรายได้จากดอกเบี้ย การเช่าทรัพย์สิน หรือการขายสินทรัพย์รวมอยู่ในงบรวม ผู้ซื้อไม่สามารถแยกประสิทธิภาพการดำเนินงานหลักออกมาได้หากไม่มีการจำแนก
การรับรู้รายได้ตามเกณฑ์เงินสดและเกณฑ์คงค้าง จัดทำการกระทบยอดระหว่างรายได้ที่บันทึกตามเกณฑ์สรรพากรกับรายได้ตามเกณฑ์คงค้างของฝ่ายบริหาร กิจการที่ใช้เกณฑ์เงินสดสำหรับการยื่นภาษีแต่บริหารตามเกณฑ์คงค้างอาจมีตัวเลขต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ซื้อที่ไม่เข้าใจความแตกต่างนี้อาจตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของงบ
สถานะ BOI และรายได้ที่ได้รับการส่งเสริม หากกิจการมีสิทธิประโยชน์จาก BOI ระบุรายได้ที่ได้รับการส่งเสริมและที่ไม่ได้รับการส่งเสริมแยกกัน พร้อมวันหมดอายุสิทธิประโยชน์ ผู้ซื้อที่ไม่ทราบสถานะ BOI อาจประเมินภาระภาษีในอนาคตผิดพลาด หรือพบว่าสิทธิประโยชน์ที่คิดว่าจะได้รับหมดอายุก่อนที่จะได้ใช้
แนวโน้มการเงินสามถึงห้าปี จัดเตรียมงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบสามถึงห้าปี แม้ว่ากรมสรรพากรจะกำหนดให้เก็บรักษาไม่น้อยกว่าห้าปีก็ตาม ผู้ซื้อที่ได้รับเพียงสองปีไม่สามารถประเมินแนวโน้มการเติบโตหรือความสม่ำเสมอของรายได้ได้ ส่งผลให้มีการปรับลดราคาจากความไม่แน่นอน

สถาบันผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย (สบช.) กำหนดให้บริษัทจำกัดจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) การปรับปรุงงบเพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ควรดำเนินการโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ไม่ใช่ขั้นตอนที่ MergerMatch จัดหาให้

คำถามที่พบบ่อย

เจ้าของธุรกิจ SME ไทยต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการขายกิจการ?

โดยทั่วไปประกอบด้วยหนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นจาก DBD งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบสามถึงห้าปี เอกสารภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) จากกรมสรรพากร สัญญาลูกค้ารายใหญ่และซัพพลายเออร์ จำนวนพนักงานและโครงสร้างค่าตอบแทนรวม และใบอนุญาตประกอบกิจการ ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานและลูกค้าเปิดเผยเฉพาะในขั้นตอน due diligence ขั้นสูงภายใต้การปฏิบัติตาม PDPA เท่านั้น

จะรักษาความลับของกิจการได้อย่างไรในระหว่างกระบวนการขาย?

MergerMatch ส่งโปรไฟล์นิรนามของกิจการไปยังผู้ซื้อและนายหน้าที่เข้าเกณฑ์โดยตรงโดยไม่มีการลงประกาศสาธารณะ โปรไฟล์ระบุเพียงสี่มิติ: ภาคอุตสาหกรรม พื้นที่ภูมิศาสตร์ ช่วงขนาดธุรกรรม และโครงสร้างการถือครอง ชื่อกิจการ ที่ตั้ง รายชื่อลูกค้า และข้อมูลระบุตัวตนจะถูกเปิดเผยเฉพาะเมื่อมีการส่งสัญญาณความสนใจร่วมกันระหว่างสองฝ่ายเท่านั้น

PDPA ส่งผลต่อการเปิดเผยข้อมูลพนักงานให้กับผู้ซื้ออย่างไร?

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 โดยกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม ในกระบวนการ M&A หมายความว่าข้อมูลพนักงานรายบุคคล เช่น รายชื่อ สัญญาจ้าง และอัตราเงินเดือน จะถูกเปิดเผยเฉพาะหลังจากผู้ซื้อลงนามสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลและในขั้นตอน due diligence ขั้นสูงเท่านั้น

เจ้าของ SME ไทยควรตรวจสอบอะไรบ้างเมื่อผู้ซื้อแสดงความสนใจผ่านระบบ matching?

ตรวจสอบห้าด้าน: ความสอดคล้องของ mandate กับภาคอุตสาหกรรม ภูมิภาค และขนาดธุรกรรมที่ระบุไว้ ประเภทของผู้ซื้อว่าจะบริหารกิจการต่อเองหรือมอบหมายทีมงาน แหล่งทุนที่ระบุไว้ว่าชัดเจนหรือยังอยู่ในขั้นเตรียมการ แผนการเปลี่ยนผ่านกิจการและระยะเวลาที่ต้องการให้เจ้าของอยู่ช่วย และกรอบเวลาการตัดสินใจว่าต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการหรือตัดสินใจได้เองทันที ความสนใจที่ไม่ระบุแหล่งทุนหรือบทบาทการบริหารหลังการซื้อขายอาจทำให้กระบวนการยืดเยื้อโดยไม่จำเป็น

เจ้าของ SME ไทยควรปรับปรุงงบการเงินอย่างไรเพื่อนำเสนอต่อผู้ซื้อ?

ปรับปรุงห้าด้านหลัก: ระบุค่าตอบแทนเจ้าของและครอบครัวและผลต่างจากอัตราตลาด, แยกรายได้ที่ไม่ใช่การดำเนินงานออกจากรายได้หลัก, กระทบยอดระหว่างรายได้ตามเกณฑ์สรรพากรและเกณฑ์คงค้างหากใช้วิธีต่างกัน, ระบุสถานะ BOI และวันหมดอายุสิทธิประโยชน์, และจัดเตรียมงบการเงินสามถึงห้าปีสำหรับการประเมินแนวโน้ม การปรับปรุงเหล่านี้ควรดำเนินการโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ไม่ใช่ขั้นตอนที่ MergerMatch จัดหาให้

สถานะ BOI ส่งผลต่อกระบวนการขายกิจการ SME ไทยอย่างไร?

กิจการที่มีสิทธิประโยชน์ BOI มีโครงสร้างภาษีที่ต่างจากกิจการทั่วไป รายได้ที่ได้รับการส่งเสริมอาจได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล ผู้ซื้อต้องทราบว่าสิทธิประโยชน์เหล่านี้จะโอนไปกับกิจการหรือไม่ ระยะเวลาที่เหลืออยู่ และเงื่อนไขที่อาจทำให้สิทธิประโยชน์สิ้นสุด ผู้ขายควรเตรียมหนังสือรับรองการส่งเสริมการลงทุนและรายงานการดำเนินงานตามเงื่อนไข BOI เป็นส่วนหนึ่งของชุดเอกสาร

แหล่งข้อมูลและเอกสารอ้างอิงไทย